ตารางน้ำหนักเหล็กกล่อง ช่วยให้ช่าง ผู้รับเหมา วิศวกร และผู้จัดซื้อประเมินน้ำหนักเหล็กที่ต้องใช้ คำนวณปริมาณขนส่ง และเปรียบเทียบวัสดุได้สะดวกขึ้น แต่ต้องอ่านตารางให้ตรงกับขนาดหน้าตัดและความหนาจริง เพราะเหล็กกล่องขนาดเดียวกันอาจมีน้ำหนักต่างกันตามความหนา กระบวนการผลิต และค่าคลาดเคลื่อนของสินค้า
บทความนี้รวบรวมวิธีอ่านตารางน้ำหนักเหล็กกล่อง พร้อมตัวอย่างน้ำหนักต่อเมตร วิธีคำนวณน้ำหนักต่อเส้นและต่อโครงการ ตลอดจนแนวทางเลือกเหล็กกล่องจัตุรัสและเหล็กกล่องผืนผ้าให้เหมาะกับงาน โดยตัวเลขตัวอย่างเป็น ค่าคำนวณเชิงทฤษฎีโดยประมาณ ไม่ใช่น้ำหนักรับรองของสินค้าทุกรุ่น ควรตรวจสอบตารางผู้ผลิตหรือเอกสารสินค้าอีกครั้งก่อนสั่งซื้อและออกแบบโครงสร้าง

1. ตารางน้ำหนักเหล็กกล่องดูอย่างไร
ตารางน้ำหนักเหล็กกล่องมักแสดงขนาดหน้าตัดเป็นมิลลิเมตร (เช่น 25 × 25 หรือ 50 × 25) ความหนาเป็นมิลลิเมตร และน้ำหนักต่อเมตรเป็นกิโลกรัม/เมตร (kg/m) เมื่อต้องการทราบน้ำหนักต่อเส้น ให้นำน้ำหนักต่อเมตรคูณความยาวของเส้นเหล็ก
- เหล็กกล่องจัตุรัส: ด้านกว้างและด้านสูงเท่ากัน เช่น 25 × 25, 50 × 50 และ 100 × 100 มม.
- เหล็กกล่องผืนผ้า: ด้านกว้างและด้านสูงไม่เท่ากัน เช่น 50 × 25 หรือ 75 × 45 มม.
- ความหนา: มีผลต่อมวลและคุณสมบัติทางโครงสร้าง จึงไม่ควรเลือกจากขนาดหน้าตัดเพียงอย่างเดียว
- ความยาว: เหล็กแต่ละเส้นอาจมีความยาวจำหน่ายต่างกัน ต้องใช้ความยาวจริงในการคำนวณ
2. ตารางน้ำหนักเหล็กกล่องจัตุรัส (ตัวอย่างโดยประมาณ)
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างน้ำหนักต่อเมตรที่คำนวณจากมิติภายนอกและความหนาที่ระบุ เพื่อช่วยประมาณการเบื้องต้น ตัวเลขอาจแตกต่างจากน้ำหนักสินค้าจริง โดยเฉพาะเมื่อมีรัศมีมุม ความคลาดเคลื่อนของความหนา และรายละเอียดกระบวนการผลิต
| ขนาดหน้าตัด (มม.) | ความหนา (มม.) | น้ำหนักโดยประมาณ (กก./ม.) |
|---|---|---|
| 25 × 25 | 1.2 | 0.90 |
| 25 × 25 | 1.5 | 1.11 |
| 40 × 40 | 1.2 | 1.46 |
| 40 × 40 | 1.5 | 1.81 |
| 40 × 40 | 2.0 | 2.39 |
| 50 × 50 | 1.2 | 1.84 |
| 50 × 50 | 1.5 | 2.28 |
| 50 × 50 | 2.0 | 3.01 |
| 50 × 50 | 2.3 | 3.45 |
| 75 × 75 | 1.5 | 3.46 |
| 75 × 75 | 2.0 | 4.58 |
| 75 × 75 | 2.3 | 5.27 |
| 75 × 75 | 3.2 | 7.23 |
| 100 × 100 | 2.0 | 6.15 |
| 100 × 100 | 2.3 | 7.06 |
| 100 × 100 | 3.2 | 9.73 |
3. ตารางน้ำหนักเหล็กกล่องผืนผ้า (ตัวอย่างโดยประมาณ)
| ขนาดหน้าตัด (มม.) | ความหนา (มม.) | น้ำหนักโดยประมาณ (กก./ม.) |
|---|---|---|
| 50 × 25 | 1.2 | 1.37 |
| 50 × 25 | 1.5 | 1.70 |
| 50 × 25 | 2.0 | 2.23 |
| 75 × 45 | 1.5 | 2.76 |
| 75 × 45 | 2.0 | 3.64 |
ข้อควรจำ: ตารางนี้เป็นตัวอย่างขนาดและความหนาบางรายการ ไม่ใช่รายการขนาดที่มีจำหน่ายทั้งหมด หากต้องการตารางน้ำหนักเหล็กกล่องทุกขนาดที่ตรงกับสินค้า ให้ยืนยันขนาด ความหนา และรุ่นสินค้ากับผู้จำหน่ายก่อนนำตัวเลขไปใช้งานจริง
4. วิธีคำนวณน้ำหนักเหล็กกล่องต่อเส้น
เมื่อทราบน้ำหนักต่อเมตรแล้ว ใช้สูตรง่าย ๆ ดังนี้
น้ำหนักต่อเส้น (กก.) = น้ำหนักต่อเมตร (กก./ม.) × ความยาวต่อเส้น (ม.)
ตัวอย่าง: หากเหล็กกล่องมีน้ำหนักอ้างอิง 2.28 กก./ม. และความยาว 6 เมตร น้ำหนักประมาณต่อเส้นคือ 2.28 × 6 = 13.68 กก./เส้น หากต้องใช้ 20 เส้น จะมีน้ำหนักรวมประมาณ 13.68 × 20 = 273.6 กก. ตัวอย่างนี้ใช้ค่าน้ำหนักสมมติจากตารางเพื่อสาธิตวิธีคำนวณเท่านั้น
5. สูตรคำนวณน้ำหนักโดยประมาณจากขนาดและความหนา
กรณีไม่มีตารางน้ำหนัก สามารถประมาณจากพื้นที่หน้าตัดได้ โดยกำหนดให้ B คือความกว้างภายนอก, H คือความสูงภายนอก และ t คือความหนา ทั้งหมดเป็นมิลลิเมตร
พื้นที่หน้าตัดโดยประมาณ (มม.²) = B × H − (B − 2t) × (H − 2t)
น้ำหนักโดยประมาณ (กก./ม.) = พื้นที่หน้าตัด (มม.²) × 0.00785
สูตรนี้เป็นการประมาณผนังหน้าตัดแบบสี่เหลี่ยมคม ไม่ได้จำลองรัศมีมุม การเชื่อม ความคลาดเคลื่อน และชั้นเคลือบ จึงไม่ควรใช้แทนน้ำหนักตามเอกสารผู้ผลิตหรือแทนการคำนวณทางวิศวกรรม
6. นำตารางน้ำหนักเหล็กกล่องไปใช้ต่อยอดอย่างไร
- ประมาณงบประมาณ: คูณน้ำหนักรวมกับราคาต่อกิโลกรัม หากผู้ขายเสนอราคาต่อเส้น ให้เทียบโดยใช้ขนาดและความยาวเดียวกัน
- วางแผนขนส่ง: รวมจำนวนเส้นและน้ำหนักโดยประมาณเพื่อประเมินการขนย้าย ทั้งนี้ต้องเผื่อข้อกำหนดน้ำหนักบรรทุกของรถและการจัดเรียง
- วางแผนตัดวัสดุ: ทำรายการตัด (cutting list) แยกตามขนาด ความยาว และจำนวน เพื่อลดเศษเหลือและการสั่งซื้อเกิน
- เปรียบเทียบทางเลือก: เปรียบเทียบขนาดและความหนาเดียวกันก่อน แล้วจึงประเมินความเหมาะสมด้านความแข็งแรง ความทนทาน และต้นทุนรวม
- ตรวจรับสินค้า: ตรวจขนาดภายนอก ความหนา ความยาว ผิวเคลือบ และเอกสารตามข้อกำหนดโครงการ ไม่ควรใช้เพียงน้ำหนักเพื่อยืนยันคุณภาพหรือมาตรฐาน
7. เลือกเหล็กกล่องอย่างไรให้เหมาะกับงาน
น้ำหนักมากกว่าไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกงานเสมอไป การเลือกเหล็กกล่องต้องพิจารณารูปแบบแรง ระยะพาด การยึดต่อ สภาพแวดล้อม และข้อกำหนดการออกแบบร่วมด้วย สำหรับงานโครงสร้างที่รับน้ำหนัก ควรให้วิศวกรเป็นผู้กำหนดหน้าตัดและความหนาที่เหมาะสม
- งานโครงรั้วหรือประตู: พิจารณาระยะเสา น้ำหนักบานประตู วิธีเชื่อมต่อ และการสัมผัสความชื้น
- งานชั้นวางหรือโครงคร่าว: พิจารณาน้ำหนักบรรทุก ระยะช่วง และการโก่งตัว
- งานภายนอก: พิจารณาการป้องกันสนิม การสัมผัสน้ำ และการดูแลรักษา
- งานโครงสร้างหลัก: ต้องเลือกตามแบบคำนวณและข้อกำหนดมาตรฐาน ไม่ควรเลือกจากตารางน้ำหนักอย่างเดียว

8. เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อเหล็กกล่อง
- ระบุหน้าตัดให้ชัดเจน เช่น จัตุรัสหรือผืนผ้า และระบุขนาดเป็นมิลลิเมตร
- ระบุความหนาที่ต้องการ และสอบถามวิธีตรวจวัดความหนาของสินค้า
- ยืนยันความยาวต่อเส้น จำนวนเส้น และวิธีคิดราคา (ต่อเส้นหรือต่อกิโลกรัม)
- ระบุว่าเป็นเหล็กดำหรือเหล็กเคลือบสังกะสี และแจ้งสภาพแวดล้อมการใช้งาน
- ขอข้อมูลมาตรฐานหรือเอกสารรับรองตามที่โครงการกำหนด
- ใช้ตารางน้ำหนักเหล็กกล่องเพื่อประมาณการเท่านั้น และตรวจสอบน้ำหนักอ้างอิงกับผู้จำหน่ายก่อนสรุปต้นทุน
9. สินค้าเหล็กกล่องที่เกี่ยวข้องจากสามชัยสตีล
เลือกดูข้อมูลสินค้าเหล็กกล่องของสามชัยสตีลเพื่อเปรียบเทียบรูปทรงและลักษณะการใช้งานก่อนสอบถามขนาดและความหนาที่ต้องการ
- ท่อเหล็กกล่องจัตุรัสชุบสังกะสี SAMMY
- ท่อเหล็กกล่องผืนผ้าชุบสังกะสี SAMMY
- เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นและเหล็กโครงสร้างตัวซี
สรุป
ตารางน้ำหนักเหล็กกล่องเป็นเครื่องมือช่วยคำนวณต้นทุน ปริมาณวัสดุ และน้ำหนักขนส่งได้รวดเร็ว โดยต้องอ่านขนาดหน้าตัด ความหนา และหน่วยให้ตรงกัน ตารางตัวอย่างในบทความนี้เหมาะสำหรับประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ก่อนสั่งซื้อควรยืนยันน้ำหนักจริงกับผู้จำหน่าย และหากใช้กับงานรับน้ำหนักต้องเลือกหน้าตัดตามแบบและคำแนะนำของวิศวกร

