ท่อ ERW คืออะไร? ผลิตอย่างไรและเหมาะกับงานแบบไหน

ท่อ ERW คืออะไร? ERW ย่อมาจาก Electric Resistance Welded หมายถึงท่อเหล็กที่ผลิตจากแผ่นหรือแถบเหล็ก โดยขึ้นรูปให้เป็นทรงกระบอกแล้วใช้ความร้อนจากความต้านทานไฟฟ้าร่วมกับแรงกดเพื่อเชื่อมขอบเหล็กให้ติดกันตามแนวยาว ท่อชนิดนี้ถูกใช้ในงานหลายประเภท แต่การเลือกใช้งานต้องพิจารณามาตรฐาน เกรดเหล็ก ขนาด ความหนา และข้อกำหนดของโครงการ ไม่ควรตัดสินจากคำว่า ERW เพียงอย่างเดียว

บทความนี้อธิบายกระบวนการผลิตท่อ ERW ความแตกต่างจากท่อไร้ตะเข็บ (Seamless Pipe) จุดเด่นและข้อควรตรวจสอบ รวมถึงแนวทางเลือกท่อเหล็กสำหรับงานก่อสร้างและงานระบบ

ตัวอย่างท่อเหล็กสำหรับทำความเข้าใจท่อเหล็กเชื่อมและการเลือกมาตรฐาน
รูปลักษณ์ของท่อเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกกระบวนการผลิตหรือมาตรฐานได้ ต้องตรวจเอกสารสินค้าและข้อกำหนดให้ตรงกัน

1. ท่อ ERW คืออะไร?

ท่อ ERW เป็นท่อเหล็กที่มีแนวเชื่อมตามแนวยาวของท่อ โดยเครื่องจักรจะขึ้นรูปแผ่นเหล็กให้ขอบทั้งสองด้านเข้าหากัน จากนั้นใช้กระบวนการเชื่อมด้วยความต้านทานไฟฟ้าให้ขอบหลอมประสานและเชื่อมติดกัน กระบวนการนี้ต่างจากการผลิตท่อไร้ตะเข็บที่เริ่มจากเหล็กแท่งแล้วเจาะและรีดขึ้นรูปโดยไม่มีแนวเชื่อมตามยาว

คำว่า ERW อธิบายกระบวนการผลิต ไม่ใช่เกรดเหล็กหรือการรับรองว่าท่อเหมาะกับทุกงาน ท่อ ERW แต่ละรุ่นอาจมีมาตรฐาน ขนาด เกรด และข้อกำหนดการทดสอบต่างกัน ผู้ซื้อจึงควรระบุการใช้งานและมาตรฐานที่ต้องการให้ชัดเจน

2. ท่อ ERW ผลิตอย่างไร?

ขั้นที่ 1: เตรียมวัตถุดิบเหล็ก

เริ่มจากแถบเหล็กหรือเหล็กม้วน (Steel Coil) ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ตรวจสอบขนาด ความหนา สภาพผิว และเอกสารวัตถุดิบก่อนเข้าสู่สายการผลิต

ขั้นที่ 2: คลี่และขึ้นรูป

คลี่เหล็กม้วนและป้อนผ่านลูกรีดหลายชุดเพื่อค่อย ๆ เปลี่ยนแถบเหล็กให้เป็นรูปทรงโค้ง จนขอบทั้งสองด้านมาบรรจบกันเป็นทรงท่อ

ขั้นที่ 3: เชื่อมขอบด้วยความต้านทานไฟฟ้า

ระบบเชื่อมจะใช้กระแสไฟฟ้าทำให้บริเวณขอบเหล็กร้อน และใช้แรงกดให้ขอบประสานกันเป็นแนวเชื่อมตามยาว รายละเอียดการควบคุมกระบวนการขึ้นกับชนิดเครื่องจักรและข้อกำหนดการผลิต

ขั้นที่ 4: จัดการแนวเชื่อมและปรับขนาด

แนวเชื่อมอาจผ่านการจัดการครีบหรือส่วนเกินตามกระบวนการ จากนั้นท่อจะผ่านชุดปรับขนาดเพื่อให้ได้เส้นผ่านศูนย์กลางและรูปทรงตามต้องการ รวมถึงตัดตามความยาวที่กำหนด

ขั้นที่ 5: ตรวจสอบคุณภาพ

การตรวจสอบขึ้นกับมาตรฐานและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ อาจประกอบด้วยการตรวจขนาดและความหนา การตรวจแนวเชื่อม การทดสอบที่ไม่ทำลาย (NDT) การทดสอบแรงดันหรือการทดสอบคุณสมบัติเชิงกลตามที่ระบุ และการตรวจเอกสารรับรอง ไม่ใช่ท่อ ERW ทุกชนิดที่จะใช้ชุดการทดสอบแบบเดียวกัน

ขั้นที่ 6: ตกแต่งผิวและทำเครื่องหมาย

ท่ออาจผ่านการทำความสะอาด เคลือบผิวหรือชุบตามข้อกำหนด จากนั้นทำเครื่องหมายข้อมูล เช่น มาตรฐาน เกรด ขนาด หรือรหัสผู้ผลิตตามระบบของโรงงาน

3. จุดเด่นและข้อควรพิจารณาของท่อ ERW

  • ผลิตได้ต่อเนื่อง: กระบวนการขึ้นรูปและเชื่อมแบบสายการผลิตเหมาะกับการผลิตจำนวนมาก
  • ควบคุมขนาดได้: สามารถควบคุมขนาดและความหนาตามข้อกำหนดการผลิต
  • มีแนวเชื่อมตามยาว: ต้องผลิตและตรวจสอบแนวเชื่อมตามข้อกำหนดของมาตรฐานนั้น ๆ
  • มีหลายมาตรฐานและการใช้งาน: ต้องเลือกให้ตรงกับชนิดของของไหล แรงดัน อุณหภูมิ งานโครงสร้าง หรือวัตถุประสงค์ที่กำหนด

ไม่ควรสรุปว่าท่อ ERW แข็งแรงน้อยกว่าหรือเท่ากับท่อไร้ตะเข็บในทุกกรณี เพราะคุณสมบัติขึ้นกับมาตรฐาน เกรด วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ขนาด และผลการทดสอบของท่อแต่ละชนิด

4. ท่อ ERW ต่างจากท่อไร้ตะเข็บ (Seamless) อย่างไร?

หัวข้อ ท่อ ERW ท่อไร้ตะเข็บ
กระบวนการผลิต ขึ้นรูปจากแผ่นหรือแถบเหล็กและเชื่อมขอบตามยาว ขึ้นรูปจากเหล็กแท่งโดยไม่ใช้แนวเชื่อมตามยาว
ลักษณะสำคัญ มีแนวเชื่อมที่ต้องควบคุมตามมาตรฐาน ไม่มีแนวเชื่อมตามยาวจากกระบวนการผลิต
การเลือกใช้ ขึ้นกับมาตรฐาน ขนาด เกรด และข้อกำหนดงาน ขึ้นกับมาตรฐาน ขนาด เกรด และข้อกำหนดงานเช่นกัน
สิ่งที่ต้องตรวจ เอกสารมาตรฐาน คุณภาพแนวเชื่อม ขนาด และผลทดสอบที่กำหนด เอกสารมาตรฐาน ขนาด คุณสมบัติวัสดุ และผลทดสอบที่กำหนด

การไม่มีแนวเชื่อมไม่ได้หมายความว่าท่อไร้ตะเข็บเหมาะกว่าทุกงาน และการมีแนวเชื่อมก็ไม่ได้หมายความว่าท่อ ERW ใช้ไม่ได้กับงานที่มีข้อกำหนดสูง ควรเปรียบเทียบข้อกำหนดทางวิศวกรรมและมาตรฐานที่โครงการระบุ

5. ท่อ ERW ใช้กับงานอะไรได้บ้าง?

การใช้งานขึ้นกับมาตรฐานและคุณสมบัติของท่อ ตัวอย่างประเภทงานที่อาจใช้ท่อเหล็กที่ผลิตด้วยกระบวนการเชื่อม ได้แก่

  • งานโครงสร้างและส่วนประกอบอาคาร เมื่อท่อมีมาตรฐานและคุณสมบัติตรงตามแบบ
  • งานท่อสำหรับลำเลียงของไหล เมื่อมาตรฐานรองรับชนิดของไหล แรงดัน และอุณหภูมิที่ใช้งาน
  • งานระบบอาคาร เช่น ท่อสำหรับระบบที่กำหนดให้ใช้มาตรฐานเฉพาะ
  • งานผลิตและประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ตามข้อกำหนดทางวิศวกรรม

ไม่ควรนำท่อมาตรฐานหนึ่งไปใช้แทนอีกมาตรฐานโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะระบบดับเพลิง ระบบแรงดัน หรือระบบที่ต้องมีเอกสารรับรองเฉพาะ

6. วิธีเลือกซื้อท่อเหล็กให้ตรงกับงาน

  1. ระบุการใช้งาน: เช่น งานโครงสร้าง งานระบบน้ำ งานแรงดัน หรือระบบดับเพลิง
  2. ตรวจมาตรฐานและเกรด: ตรวจตามแบบ ข้อกำหนดโครงการ และเอกสารรับรองสินค้า
  3. ตรวจขนาดและความหนา: อย่าพิจารณาเฉพาะเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก ต้องตรวจความหนาและค่าคลาดเคลื่อนด้วย
  4. ตรวจคุณภาพและเอกสาร: ขอเอกสารที่ระบุมาตรฐาน เกรด ขนาด และผลทดสอบที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนด
  5. ตรวจสภาพผิวและการป้องกันสนิม: เลือกผิวดำหรือชุบสังกะสีตามสภาพแวดล้อมและข้อกำหนด
  6. ยืนยันความยาวและจำนวน: วางแผนการตัด การขนส่ง และการจัดเก็บก่อนสั่งซื้อ
ตัวอย่างท่อเหล็กตามมาตรฐาน JIS G3454 สำหรับพิจารณาสเปกสินค้า
                                               ตรวจมาตรฐานที่ระบุบนสินค้าและเอกสารประกอบก่อนเลือกท่อไปใช้งานจริง

7. สินค้าที่เกี่ยวข้องจากสามชัยสตีล

หากกำลังเปรียบเทียบมาตรฐานท่อเหล็ก สามารถดูรายละเอียดสินค้าที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ และตรวจสอบสเปกจริงให้ตรงกับความต้องการของโครงการ

  • ท่อเหล็ก ASTM A53 — ตรวจสอบรายละเอียดมาตรฐานและรูปแบบสินค้าที่มีจำหน่าย
  • ท่อเหล็ก API 5L / ASTM A106 — ใช้เปรียบเทียบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับงานท่อ โดยต้องเลือกตามข้อกำหนดที่ใช้งานจริง
  • ท่อเหล็ก JIS G3454 — ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์และมาตรฐานก่อนเลือกใช้
  • ท่อเหล็ก EN 10255 / BS 1387 — สำหรับเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท่อ ERW

ท่อ ERW มีแนวเชื่อมหรือไม่?

มีแนวเชื่อมตามยาว เนื่องจากผลิตจากแผ่นหรือแถบเหล็กที่ขึ้นรูปแล้วเชื่อมขอบเข้าด้วยกัน คุณภาพแนวเชื่อมต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

ท่อ ERW ใช้กับงานแรงดันได้หรือไม่?

ขึ้นกับมาตรฐาน เกรด ขนาด ความหนา และการทดสอบที่ท่อผ่าน ต้องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์รองรับแรงดันและสภาวะใช้งานตามข้อกำหนด ไม่ควรตัดสินจากกระบวนการ ERW เพียงอย่างเดียว

ท่อ ERW กับท่อดำเป็นคำเดียวกันหรือไม่?

ไม่ใช่คำเดียวกัน ERW อธิบายกระบวนการผลิต ส่วนคำว่าท่อดำมักอธิบายลักษณะผิวหรือการเคลือบผิว ท่อที่มีผิวดำอาจผลิตด้วยกระบวนการต่างกันได้ จึงควรตรวจมาตรฐานและเอกสารสินค้า

สรุป

ท่อ ERW คือท่อเหล็กที่ขึ้นรูปจากแถบเหล็กแล้วเชื่อมขอบด้วยความต้านทานไฟฟ้า มีการใช้งานได้หลายประเภทเมื่อเลือกมาตรฐานและคุณสมบัติให้ตรงกับงาน หัวใจสำคัญคือเข้าใจกระบวนการผลิต ตรวจมาตรฐานและเอกสารรับรอง และไม่ใช้ชื่อกระบวนการผลิตแทนการพิจารณาความเหมาะสมทางวิศวกรรม

ดูสินค้าที่เกี่ยวข้อง: ASTM A53 | API 5L / A106 | JIS G3454 | EN 10255 / BS 1387

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *